welcome
We've been working on it

ตรวจคาปาซิเตอร์ปลอมและรีมาร์กด้วยค่าความจุ ESR และเครื่องหมาย ก่อนติดตั้งหน้างาน

ขอบเขตการใช้งานในโรงงานไทย

คาปาซิเตอร์ปลอมหรือรีมาร์กเป็นต้นเหตุของปัญหาซ่อมซ้ำในโรงงานยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ โดยเฉพาะเมื่อเปลี่ยนอะไหล่อินเวอร์เตอร์แล้วเสื่อมภายในไม่กี่เดือน ความชื้นสัมพัทธ์สูงและอุณหภูมิเฉลี่ย 33–35 องศาเซลเซียสของไทยทำให้อายุการใช้งานของชิ้นงานแท้ยังสั้นกว่าสเปกในเอกสารอยู่แล้ว หากเจอชิ้นส่วนที่ถูกลบเครื่องหมายเดิมแล้วพิมพ์ยี่ห้อหรือพิกัดแรงดันใหม่ ปัญหาจะยิ่งทวีคูณ บทความนี้ใช้กับงานตรวจรับสินค้าประจำล็อตของโรงงานที่ซ่อมเพาเวอร์ซัพพลาย อินเวอร์เตอร์ และไดรฟ์มอเตอร์ โดยไม่รวมการตรวจแบบทำลายตัวอย่างเพื่อวิเคราะห์โครงสร้างภายในระดับห้องแล็บ

พารามิเตอร์หลักที่ใช้ตัดสินใจ

ค่าความจุ: วัดด้วย LCR มิเตอร์ที่ความถี่ 120 Hz สำหรับคาปาซิเตอร์อิเล็กโทรไลติก ค่าที่อ่านได้ต้องอยู่ใน ±20% ของค่าที่พิมพ์บนตัวชิ้นงาน หากเบี่ยงเบนเกิน ±20% หรือค่าความจุไม่คงที่เมื่อวัดซ้ำ แสดงถึงไดอิเล็กตริกเสื่อมหรือชิ้นงานรีมาร์กจากล็อตเกรดตก

ESR: ค่าความต้านทานอนุกรมสมมูลของคาปาซิเตอร์อิเล็กโทรไลติกใหม่ควรต่ำกว่าค่าแม็กซิมัมที่ระบุในดาตาชีต ตัวอย่างชิ้นงาน 470 µF/50 V ยี่ห้อหลักทั่วไประบุ ESR สูงสุดประมาณ 0.5–0.8 โอห์มที่อุณหภูมิห้อง หากวัดได้เกิน 1 โอห์มทั้งที่ยังไม่ผ่านการใช้งาน โอกาสเป็นของปลอมหรือของสต๊อกเก่ายาวนานสูง

น้ำหนักและขนาด: ชิ้นงานปลอมมักลดจำนวนแผ่นอะลูมิเนียมฟอยล์เพื่อตัดต้นทุน ทำให้น้ำหนักเบากว่าค่าอ้างอิงของแท้เกิน 15–20% เส้นผ่านศูนย์กลางและความสูงต้องตรงกับมิติมาตรฐานของซีรีส์ที่พิมพ์บนฉลาก หากสั้นหรือหนากว่าปกติเกิน 1–2 มม. ให้นับเป็นข้อสงสัย

เครื่องหมายและวันที่ผลิต: พื้นผิวชิ้นงานแท้มีลักษณะมันวาวสม่ำเสมอ อักษรคมชัดไม่หลุดลอก ส่วนชิ้นงานรีมาร์กจะพบรอยขูด รอยด่างจากน้ำยาลบหมึก หรือสีพิมพ์ไม่สม่ำเสมอที่ขอบตัวเรือน

ตารางเปรียบเทียบคาปาซิเตอร์แท้กับของปลอมหรือรีมาร์ก

รายการตรวจชิ้นงานแท้ชิ้นงานปลอม/รีมาร์ก
ค่าความจุที่ 120 Hz±20% ของค่าที่พิมพ์ต่ำกว่าพิกัดมากหรือไม่เสถียรเมื่อวัดซ้ำ
ESR ที่ 20–25 องศาต่ำกว่าแม็กซิมัมในดาตาชีตสูงกว่าแม็กซิมัม หรือเพิ่มขึ้นเร็วระหว่างวัด
น้ำหนักชิ้นงานใกล้เคียงค่าอ้างอิงของซีรีส์เบากว่าค่าอ้างอิง 15–20%
พื้นผิวและหมึกพิมพ์มันวาว อักษรคมชัดติดแน่นรอยขูด รอยด่าง หมึกจางหรือซ้อนทับ
ขั้วและจุกยางปิดผนึกขั้วตรง สะอาด จุกยางเรียบแน่นขั้วบิดงอ จุกยางนูนหรือมีรอยแตกร้าว

ขั้นตอนตรวจสอบหน้างานแบบรวบรัด

  1. ตรวจสายตาก่อนทุกครั้ง: ถ่ายภาพชิ้นงานทั้งกล่องและชิ้นงานตัวอย่าง เปรียบเทียบเครื่องหมายยี่ห้อ วันที่ผลิต และพื้นผิวยางปิดผนึกกับภาพอ้างอิงที่ขอจากตัวแทนจำหน่ายโดยตรง
  2. วัดขนาดด้วยเวอร์เนียร์ คาลิปเปอร์และชั่งน้ำหนักด้วยเครื่องชั่งทศนิยม 2 ตำแหน่ง เทียบกับเกณฑ์ข้างต้น หากผิดปกติ ให้แยกชิ้นงานออกจากล็อตทันที
  3. วัดค่าความจุและ ESR ด้วย LCR มิเตอร์หลังคายประจุจนแรงดันเหลือศูนย์ วัดซ้ำ 3 ครั้งโดยเว้นระยะ 30 วินาที ค่าต้องไม่ลอยขึ้นลงเกิน 2–3%
  4. ทดสอบแรงดันสำหรับชิ้นงานที่สงสัย: ป้อน DC เท่ากับพิกัดที่พิมพ์ค้างไว้ 60 วินาที สังเกตกระแสรั่วไหล ชิ้นงานแท้จะอยู่นิ่ง ส่วนชิ้นงานที่รีมาร์กแรงดันเกินจริงมักมีกระแสเพิ่มสูงและตัวเรือนร้อนขึ้น
  5. บันทึกผลลงแบบฟอร์มตรวจรับ จัดเก็บข้อมูลยี่ห้อและซีรีส์ที่ใช้ประจำเป็นฐานเปรียบเทียบ หากพบของปลอมหนึ่งชิ้นในล็อต ให้กักทั้งล็อตและแจ้งฝ่ายจัดซื้อเพื่อขอดอกสาร COC หรือใบรับรองแหล่งกำเนิดก่อนสั่งรอบถัดไป

การตรวจรับที่รัดกุมช่วยลดต้นทุนแฝงจากอะไหล่เสื่อมไวและการหยุดไลน์ผลิตซ้ำซ้อน ฝ่ายจัดซื้อสามารถขอเอกสารรับรองจากตัวแทนจำหน่ายล่วงหน้าก่อนจัดส่ง เพื่อให้การตรวจหน้างานใช้เวลาสั้นลงโดยไม่ลดความเข้มงวด

Recommended Article