welcome
We've been working on it

เช็กคาปาซิเตอร์รีมาร์กก่อนเข้าสต็อก เทียบมาร์กกิ้ง ค่าความจุ ESR และกระแสไฟรั่วกับของแท้ภายใน 5 นาที

เวลาอะไหล่ยี่ห้อเดิมเลิกผลิต ลีดไทม์ยาว หรือผู้ผลิตตัดสต็อกรุ่นเก่า ฝ่ายซ่อมจึงต้องเทียบข้ามยี่ห้อจากผู้จำหน่ายที่ส่งของไว แต่ยิ่งซื้อเร็วเท่าไร ยิ่งเสี่ยงเจอคาปาซิเตอร์รีมาร์กที่ขูดมาร์กกิ้งเดิมแล้วพิมพ์สเปกใหม่ทับ งานซ่อมอินเวอร์เตอร์ในโรงงานยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งมีความชื้นสูงและอากาศร้อน ยิ่งอันตรายเพราะของปลอมมักทนความร้อนและกระแสริปเปิลไม่ได้ อัตราเสื่อมจะเร่งตัวหลังติดตั้งเพียงไม่กี่เดือน บทความนี้สรุปพารามิเตอร์ที่ห้ามเพี้ยน เกณฑ์ที่ปรับได้ และขั้นตอนตรวจรับที่ทำได้ด้วยเครื่องมือวัดทั่วไป

ของปลอมมักมาในรูปแบบใดและหลุดเข้าสต็อกได้อย่างไร

ของรีมาร์กที่พบบ่อยมีสามรูปแบบ

  • ตัวเก็บประจุอิเล็กโทรไลติกถอดจากบอร์ดเก่า ล้างทำความสะอาด แล้วพิมพ์วันที่ผลิตใหม่
  • ตัวเกรดอุณหภูมิ 85°C ถูกขัดถังแล้วพิมพ์มาร์กกิ้งใหม่เป็น 105°C เพื่อขายแทนเกรดทนร้อน
  • ล็อตที่พิมพ์เลขซีเรียลและ date code ซ้ำกันทั้งลัง ขนาดเท่ากันแต่สเปกจริงไม่ตรง

จุดสังเกตคือความสม่ำเสมอของมาร์กกิ้ง รอยขัดบนถังอะลูมิเนียม คราบฟลักซ์หรือรอยบัดกรีที่ขา และซีลยางที่แข็งหรือบุบ เอกสารที่มาพร้อมของไม่ใช่หลักฐานพอ เพราะผู้ขายหลายรายได้รับของปลอมต่อกันมา การแยกของแท้จึงต้องวัดค่าจริงเป็นหลัก

ตารางเทียบพารามิเตอร์สำหรับเลือกอะไหล่ข้ามยี่ห้อ

แยกเป็นสองกลุ่ม กลุ่มแรกคือค่าที่กระทบการทำงานของวงจรต้องตรงตามพิกัด กลุ่มที่สองคือค่าที่ให้ความทนทานมากกว่าเดิมอาจใช้แทนได้

พารามิเตอร์เกณฑ์การเทียบผลกระทบถ้าเพี้ยน
ค่าความจุ (µF)ตรงพิกัด ±20%เวลาชาร์จ-ดิสชาร์จและวงจรชดเชยคลาดเคลื่อน
แรงดันพิกัด (V)เท่าหรือสูงกว่า ห้ามต่ำกว่าเสี่ยงไดอิเล็กทริกพังเมื่อไฟกระชาก
ESR ตามความถี่ในสเปกเท่าหรือต่ำกว่าESR สูงทำให้เกิดความร้อนภายในเพิ่มขึ้น
กระแสริปเปิล (mA)เท่าหรือสูงกว่าเกินพิกัดเร่งอายุและทำให้ถังบวม
อุณหภูมิพิกัด105°C แทน 85°C ได้ให้มาร์จินมากขึ้นในไลน์ผลิตที่ร้อน
ขนาดกับระยะขาต้องลงบอร์ดเดิมได้งานซ่อมเปลี่ยนฟุตพรินต์ไม่ได้
แบรนด์หรือซีรีส์ยืดหยุ่นได้ต้องยึดสเปกจริง ไม่ยึดโลโก้

สำหรับงานสวิตชิ่งเพาเวอร์และ DC-link ของอินเวอร์เตอร์ ให้ความสำคัญกับ ESR และกระแสริปเปิลมากเป็นพิเศษ เพราะเป็นตัวกำหนดอุณหภูมิแกนในและอายุการใช้งาน หากผู้ขายให้ datasheet ของซีรีส์นั้นไม่ได้ ให้ถือเป็นจุดเสี่ยงที่ต้องตรวจสอบเพิ่ม

ห้าขั้นตอนตรวจรับก่อนเข้าสต็อก

  1. ตรวจมาร์กกิ้งด้วยแว่นขยาย: รอยขัดบนถัง ตัวหนังสือพิมพ์ซ้อนหรือไม่คม เส้นวันที่ไม่อยู่ในตำแหน่งเดิม เลขล็อตที่วนซ้ำในหลายกล่อง
  2. ชั่งน้ำหนักเทียบกับชิ้นตัวอย่างแท้รุ่นเดียวกัน หากขนาดเท่ากันแต่น้ำหนักต่างกันชัดเจน ให้สงสัยแกนในหรืออิเล็กโทรไลต์ไม่ครบ
  3. วัดความจุที่ 120 Hz ด้วย LCR meter ค่าต้องอยู่ในช่วงพิกัด เช่น คาปาซิเตอร์ 1,000 µF ควรอยู่ระหว่าง 800–1,200 µF พร้อมบันทึกค่า tan δ
  4. วัด ESR ตามความถี่ที่สเปกระบุ จากนั้นป้อนแรงดันพิกัดผ่านตัวจำกัดกระแสเพื่อดูกระแสไฟรั่ว กระแสควรลดลงและนิ่งหลังผ่านไป 5 นาที
  5. ทดสอบในวงจรจริงที่มีกระแสริปเปิลสูง รันที่ 60–70% ของพิกัด ติดตามอุณหภูมิผิวเทียบกับชิ้นอ้างอิง

เกณฑ์ชี้ขาดและแนวทางบริหารสต็อก

ผลวัดที่ออกนอกช่วงต่อไปนี้ ให้กักล็อตนั้นไว้ก่อนใช้งาน

  • ความจุต่ำกว่าพิกัดเกิน 20%: ปฏิเสธทั้งล็อต
  • tan δ สูงกว่าค่าสูงสุดในสเปกเกิน 30%: สงสัยของเก่าหรือรีมาร์ก
  • ESR เกิน 1.5 เท่าของค่าใน datasheet: เทียบกับตัวอย่างแท้ก่อนตัดสินใจ
  • กระแสไฟรั่วหลัง 5 นาท

Recommended Article