บทความเทคนิค

ชุดคาปาซิเตอร์เพาเวอร์แฟกเตอร์คอร์เรคชัน: วิธีเลือกพิกัด kVAr แรงดัน และดีจูนรีแอกเตอร์ในสภาพอากาศร้อน

16 การเข้าชม

ชุดคาปาซิเตอร์สำหรับคอร์เรคชันเพาเวอร์แฟกเตอร์ (PFC) ติดตั้งเป็นแบงก์ขนานกับโหลดอุปนัย เช่น มอเตอร์อินดักชัน หม้อแปลง และเครื่องเชื่อม เพื่อลดกระแสรีแอกทีฟจากหม้อแปลงจ่ายไฟไปยังโหลด ช่วยลดค่าความต้องการไฟฟ้าและยอดค่าไฟรายเดือน คาปาซิเตอร์กลุ่มนี้ทำงานกับแรงดันไฟสลับความถี่ 50 เฮิรตซ์ ไม่ควรนำสเปกของคาปาซิเตอร์ DC-link หรือสเน็บเบอร์มาใช้แทน แม้ค่าความจุจะใกล้เคียงกันก็ตาม

ขอบเขตการใช้งานแบงก์ PFC

แบงก์ PFC ออกแบบสำหรับระบบสามเฟส 380-400 โวลต์ ใช้งานต่อเนื่องในโรงงานที่เดินเครื่อง 24 ชั่วโมง หากในหม้อแปลงเดียวกันมีโหลดไดรฟ์ความถี่สูง (VFD) เกิน 20% ของโหลดรวม ฮาร์มอนิกจากไดรฟ์จะเป็นปัจจัยหลักที่ทำให้คาปาซิเตอร์เสื่อมเร็ว ต้องเลือกแบงก์แบบดีจูน (detuned) แทนแบบมาตรฐาน

เกณฑ์เลือกพารามิเตอร์หลัก

แรงดันพิกัด: ระบบ 380-400 โวลต์ ควรเลือกคาปาซิเตอร์พิกัด 450-480 โวลต์ เมื่อมีฮาร์มอนิก แรงดันพีคอาจสูงกว่าระบบปกติ 25-30% พิกัด 440 โวลต์ลงมาเสี่ยงต่อการสลายตัวของฟิล์มเร็วกว่าที่คาด

พิกัด kVAr: คำนวณจากโหลดเฉลี่ยและ PF เป้าหมาย เช่น โหลด 200 กิโลวัตต์ PF เดิม 0.75 แก้เป็น 0.95 ต้องการคาปาซิเตอร์ประมาณ 65-75 kVAr ควรแบ่งเป็นสเต็ป 3-5 ชุด เพื่อไม่เกิดโอเวอร์คอร์เรคชันเมื่อโหลดเบา

อุณหภูมิใช้งาน: ฟิล์มโพลีโพรพิลีนมีอุณหภูมิแกนสูงสุด 70-85 องศาเซลเซียส ในโรงงานไทยที่ตู้มีอุณหภูมิ 40-45 องศาและกระแสริปเปิลสูง ต้องลดพิกัดกระแสลง โดยประมาณอายุงานลดลงครึ่งหนึ่งทุกอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 10 องศา

กระแสฮาร์มอนิก: ฮาร์มอนิกอันดับ 5 และ 7 ทำให้กระแสและแรงดันผิดรูป คาปาซิเตอร์ที่ไม่มีตัวกรองจะร้อนและบวมเร็ว ควรใช้ดีจูนรีแอกเตอร์ที่ความถี่เรโซแนนซ์ 189 เฮิรตซ์ (7%) หรือ 134 เฮิรตซ์ (14%)

ESR และ dissipation factor: ค่าตัวประกอบการสูญเสียของคาปาซิเตอร์ PFC ควรต่ำกว่า 0.002 ที่ 50 เฮิรตซ์ หากสูงกว่า 0.003 บ่งชี้ว่าวัสดุฟิล์มหรือขั้วต่อคุณภาพต่ำ อายุงานจะสั้นลงอย่างชัดเจน

ตารางเปรียบเทียบแบบแบงก์

ลักษณะ แบบมาตรฐาน ดีจูน 7% ดีจูน 14%
สัดส่วนโหลดไดรฟ์ที่รองรับ น้อยกว่า 10% 10-30% มากกว่า 30%
แรงดันพิกัดขั้นต่ำ 450 V 480 V 480 V
ความถี่เรโซแนนซ์ ไม่มี 189 Hz 134 Hz
ค่า kVAr หลังติดตั้งรีแอกเตอร์ – ลดลง 7% ลดลง 14%
ช่วงอายุงานที่อุณหภูมิ 35 องศา 100,000-130,000 ชม. 80,000-110,000 ชม. 70,000-100,000 ชม.

ขั้นตอนการเลือกและข้อควรระวัง

  1. วัด PF และ THD ของหม้อแปลงจ่ายไฟเป็นเวลา 1 สัปดาห์ บันทึกทั้งช่วงโหลดเต็มและโหลดเบา
  2. คำนวณ kVAr ที่ต้องการจากสูตร Q = P × (tan φ1 – tan φ2) โดยตั้ง PF เป้าหมาย 0.92-0.95
  3. ตรวจฮาร์มอนิกอันดับ 5, 7, 11 หาก THDv เกิน 5% หรือมีไดรฟ์เกิน 20% ของโหลดรวม ให้เลือกแบงก์ดีจูน
  4. กำหนดแรงดันพิกัด: ระบบ 400 V เลือก 480 V ส่วนระบบ 380 V เลือก 450 V ขึ้นไป
  5. ประเมินอุณหภูมิสูงสุดในตู้คาปาซิเตอร์ หากเกิน 40 องศา ให้ลดพิกัด kVAr ลงหรือเพิ่มพัดลมระบายอากาศ
  6. จัดขนาดสเตปให้สเตปใหญ่สุดไม่เกินสองเท่าของสเตปเล็กสุด เพื่อควบคุมแรงดันกระชากขณะสับคาปาซิเตอร์เข้า-ออก
  7. เลือกซัพพลายเออร์ที่ระบุอายุงานที่อุณหภูมิใช้งานจริง และมีสต็อกสำรองสำหรับเปลี่ยนกรณีฉุกเฉิน เพราะโรงงานไม่สามารถหยุดสายการผลิตเพื่อรออะไหล่นานได้

ข้อควรระวัง: คาปาซิเตอร์ PFC คายประจุเองช้า จึงต้องมีตัวต้านทานคายประจุภายในแบงก์ เมื่อถอดออกจากระบบต้องรออย่างน้อย 5 นาที ก่อนสัมผัสขั้ว และควรใช้คอนแทกเตอร์ที่ออกแบบสำหรับโหลดคาปาซิทีฟโดยเฉพาะ เพื่อลดกระแสเซิร์จตอนสับวงจร

akkn

ขอใบเสนอราคา

100% original stock · incoming inspection · 24–72 h dispatch · engineering support for cross-references

ขอใบเสนอราคา

เราตอบกลับทางอีเมล ปกติภายใน 1 วันทำการ ข้อมูลของคุณใช้เพื่อตอบคำขอเท่านั้น